ค่าใช้จ่ายรถไฟฟ้า เทียบรถน้ำมัน ต่างกันจริงเท่าไหร่
เทียบค่าพลังงาน ค่าบำรุงรักษา ภาษี และค่าเสื่อม ระหว่างรถไฟฟ้ากับรถน้ำมัน ด้วยตัวเลขจริงจากการใช้งานในไทย พร้อมจุดคุ้มทุนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
คำถามแรกที่ลูกค้าถามเราเกือบทุกคนคือ "เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าแล้วประหยัดจริงไหม" คำตอบสั้นคือประหยัดจริง แต่ประหยัดเท่าไหร่ขึ้นอยู่กับสองตัวแปรที่คนมักมองข้าม คือคุณชาร์จที่ไหน และคุณขับปีละกี่กิโลเมตร
ค่าพลังงานต่อกิโลเมตร ตัวเลขที่ต่างกันชัดที่สุด
รถยนต์น้ำมันขนาดเอสยูวีทั่วไปกินน้ำมันประมาณ 14 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าน้ำมันลิตรละ 37 บาท เท่ากับค่าเชื้อเพลิงราว 2.64 บาทต่อกิโลเมตร
รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง GEELY EX5 ใช้ไฟประมาณ 15 kWh ต่อ 100 กิโลเมตร ถ้าชาร์จที่บ้านด้วยมิเตอร์ TOU ช่วง Off-Peak หน่วยละประมาณ 2.80 บาท เท่ากับค่าไฟราว 0.42 บาทต่อกิโลเมตร
- ชาร์จที่บ้าน Off-Peak: ประหยัดกว่าราว 2.20 บาทต่อกิโลเมตร
- ชาร์จที่บ้านอัตราปกติ (ราว 4.20 บาท/หน่วย): ประหยัดกว่าราว 2.00 บาทต่อกิโลเมตร
- ชาร์จตู้ DC สาธารณะ (ราว 7.50 บาท/หน่วย): ประหยัดกว่าราว 1.50 บาทต่อกิโลเมตร
ถ้าคุณขับปีละ 20,000 กิโลเมตร และชาร์จที่บ้านเป็นหลัก ส่วนต่างนี้คือประมาณ 44,000 บาทต่อปี หรือราว 3,700 บาทต่อเดือน ซึ่งในหลายกรณีเกือบเท่ากับครึ่งหนึ่งของค่างวดรถ
ค่าบำรุงรักษา จุดที่คนประเมินต่ำเกินไป
รถไฟฟ้าไม่มีน้ำมันเครื่อง ไม่มีไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไม่มีหัวเทียน ไม่มีสายพาน ไม่มีระบบไอเสียและกรองไอเสีย รายการเช็กระยะจึงเหลือเพียงการตรวจสอบ สลับยาง เปลี่ยนน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็นแบตเตอรี่ และไส้กรองแอร์
จากประสบการณ์ศูนย์บริการของกลุ่มเรา ค่าเช็กระยะรถน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000–5,000 บาทต่อครั้ง ทุก 10,000 กิโลเมตร ขณะที่รถไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 1,000–2,000 บาทต่อครั้ง และหลายรายการยืดระยะได้ยาวกว่า
อีกจุดที่ช่วยประหยัดคือผ้าเบรก เพราะรถไฟฟ้าใช้การหน่วงจากมอเตอร์ (Regenerative Braking) ชะลอรถเป็นหลัก ผ้าเบรกจึงสึกช้ากว่ารถน้ำมันมาก ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยยังไม่ต้องเปลี่ยนผ้าเบรกจนถึง 80,000 กิโลเมตร
ภาษีประจำปีและสิทธิประโยชน์
ภาษีประจำปีของรถยนต์ไฟฟ้าคิดตามน้ำหนักรถ ซึ่งโดยทั่วไปถูกกว่ารถน้ำมันที่คิดตามความจุกระบอกสูบอย่างมีนัยสำคัญ รถไฟฟ้าขนาดเอสยูวีส่วนใหญ่เสียภาษีหลักไม่กี่ร้อยถึงพันต้น ๆ ต่อปี
แล้วค่าเสื่อมล่ะ
นี่คือด้านที่ต้องพูดกันตรง ๆ รถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนในไทยยังมีค่าเสื่อมในช่วงปีแรกสูงกว่ารถญี่ปุ่นที่ตลาดมือสองคุ้นเคย ถ้าคุณเป็นคนเปลี่ยนรถทุก 3 ปี ส่วนต่างค่าเสื่อมอาจกินกำไรจากค่าพลังงานที่ประหยัดได้ไปพอสมควร
แต่ถ้าคุณเป็นคนถือรถยาว 7–10 ปี ซึ่งเป็นพฤติกรรมของลูกค้าส่วนใหญ่ที่เราเจอ ผลรวมจะกลับด้านชัดเจน เพราะค่าพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่ประหยัดได้ทบกันทุกปี ในขณะที่ตัวรถได้รับประกันแบตเตอรี่ยาวถึง 8 ปี
สรุปให้ตัดสินใจได้
รถไฟฟ้าคุ้มที่สุดเมื่อคุณเข้าเงื่อนไขสามข้อนี้พร้อมกัน คือชาร์จที่บ้านได้ ขับมากกว่าปีละ 15,000 กิโลเมตร และตั้งใจถือรถยาวเกิน 5 ปี
ถ้าขาดข้อแรก คือชาร์จที่บ้านไม่ได้ ให้พิจารณา STARRAY EM-R ที่ใช้เครื่องยนต์ปั่นไฟแทน จะได้ความนุ่มเงียบของการขับด้วยมอเตอร์โดยไม่ต้องพึ่งที่ชาร์จ
ถ้าอยากเห็นตัวเลขของตัวเองแบบเจาะจง ลองใส่ระยะทางและราคาน้ำมันที่คุณจ่ายจริงในเครื่องคำนวณเงินที่ประหยัดได้บนเว็บไซต์ของเรา ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที